6.สมมติฐานของการวิจัย (Hypothesis)
http://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm#top2 ได้รวบรวมแล้ว กล่าวไว้ว่า การตั้งสมมติฐาน เป็นการคาดคะเน (predict)
หรือการทายคำตอบของปัญหา อย่างมีเหตุผล จึงมักเขียนในลักษณะ
การแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรอิสระ (independent variables) และตัวแปรตาม (dependent variable) เช่น
การติดเฮโรอีนชนิดฉีด เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรค AIDS
สมมติฐาน ทำหน้าที่เสมือน เป็นทิศทาง และแนวทาง ในการวิจัย
จะช่วยเสนอแนะ แนวทางในการ เก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป
สมมติฐานที่ตั้งขึ้น ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป แต่ถ้าทดสอบแล้ว
ผลสรุปว่าเป็นความจริง ก็จะได้ความรู้ใหม่เกิดขึ้น (ดูภาพที่ 1) อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางชนิด
ไม่จำเป็นต้องมีสมมติฐาน เช่น การวิจัยขั้นสำรวจ (exploratory or
formulative research) เป็นต้น
การตั้งสมมติฐาน
เป็นการคาดคะเนหรือการทายคำตอบอย่างมีเหตุผล มักเขียนในลักษณะ การแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น(independent
variables) และตัวแปรตาม (dependent variable) เช่น การติดเฮโรอีนชนิดฉีด เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเอดส์
สมมติฐานทำหน้าที่เสมือนเป็นทิศทาง และแนวทาง ในการวิจัย จะช่วยเสนอแนะ
แนวทางในการ เก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป
สมมติฐานต้องตอบวัตถูประสงค์ของการวิจัยได้ครบถ้วนและทดสอบและวัดได้
http://blog.eduzones.com/jipatar/85921 ได้รวบรวมแล้ว กล่าวไว้ว่า นอกจากนี้ ผู้วิจัยควรนำเอาสมมติฐานต่างๆ
ที่เขียนไว้มารวมกันให้เป็นระบบและมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะที่เป็นกรอบแนวความคิดของการศึกษาวิจัยทั้งเรื่อง
เช่น จะศึกษาถึง พฤติกรรมสุขภาพเมื่อเจ็บป่วยของคนงาน อาจต้องแสดง
(นิยมทำเป็นแผนภูมิ) ถึงที่มาหรือปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดในพฤติกรรมดังกล่าว
หรือในทางกลับกัน ผู้วิจัยอาจกำหนดกรอบแนวความคิดของการวิจัย
ซึ่งระบุว่าการวิจัยนี้มีตัวแปรอะไรบ้าง
และตัวแปรเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไรก่อน
แล้วจึงเขียนสมมติฐานที่ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรในลักษณะที่เป็นข้อๆ
ในภายหลัง
http://pibul2.psru.ac.th/~buncha/Chp4_1.htm ได้รวบรวมแล้ว กล่าวไว้ว่า
สมมติฐานหมายถึง ความเชื่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ
ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรืออาจกล่าวได้ว่า
สมมติฐานเป็นสิ่งที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลคาดว่าจะเกิดขึ้น โดยที่ความเชื่อหรือสิ่งที่คาดนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ก็ได้
สรุป
การตั้งสมมติฐาน เป็นการคาดคะเนหรือการทายคำตอบอย่างมีเหตุผล
มักเขียนในลักษณะ การแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น(independent variables) และตัวแปรตาม (dependent
variable) เช่น การติดเฮโรอีนชนิดฉีด เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเอดส์
สมมติฐานทำหน้าที่เสมือนเป็นทิศทาง และแนวทาง ในการวิจัย จะช่วยเสนอแนะ
แนวทางในการ เก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป
สมมติฐานต้องตอบวัตถูประสงค์ของการวิจัยได้ครบถ้วนและทดสอบและวัดได้
เอกสารอ้างอิง
http://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm#top2 :เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555
http://blog.eduzones.com/jipatar/85921 :เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555
http://pibul2.psru.ac.th/~buncha/Chp4_1.htm : เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น